• 455 Martinson, Los Angeles
  • 8 (043) 567 - 89 - 30
  • support@email.com
March 8, 2019

ประวัติความเป็นมา สโมสรฟุตบอล การท่าเรือ

by Ufabet in Uncategorized

การท่าเรือ

แรกเริ่มเดิมที สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เมืองไทยประกันภัย เอฟซี ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2510 ในนาม สโมสรฟุตบอลการท่าเรือแห่งประเทศไทยโดยมี พลตรี ประจวบ สุนทรางกูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (ตำแหน่งในขณะนั้น) เป็นนายกสโมสร และเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญ ในการสนับสนุนกีฬาฟุตบอลของการท่าเรือแห่งประเทศไทยอีกด้วย

โดยเริ่มต้นส่งเข้าร่วมการแข่งขัน ถ้วยพระราชทาน ง. โดยชนะเลิศการแข่งขัน 3 สมัยติดต่อกันในปี 2510 – 2512 ทำให้ในปี 2513 จึงได้รับเชิญ เข้าร่วมการแข่งขัน ถ้วยพระราชทาน ก. และได้ตำแหน่งชนะเลิศ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้าร่วมการแข่งขัน

ต่อมาในช่วงปี 2519 ถึง 2522 นับว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุดของสโมสร โดยสามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศ ถ้วยพระราชทาน ก. ได้ 3 สมัย และ ชนะเลิศ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานควีนสคัพ ได้ในปี 2521-2523 (โดยในปี 2520 และ 2522 ได้ตำแหน่งชนะเลิศร่วมกัน) ขณะเดียวกัน ในการแข่งขันฟุตบอลกีฬาท่าเรือระหว่างประเทศ สโมสร ก็ยังสามารถทำผลงานได้ตำแหน่งชนะเลิศ การแข่งขันฟุตบอลกีฬาท่าเรืออาเซียน 4 สมัย อีกด้วย

ต่อมาในปี 2534 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีนโยบายในการที่จะจัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ โดยให้สโมสรที่ลงทำการแข่งขันในระดับ ถ้วยพระราชทาน ก. เป็นทีมยืนในการแข่งขัน โดย สโมสร ต้องยกเลิกการส่งสโมสรเข้าร่วมแข่งขันใน ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ทุกประเภท เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน ฟุตบอลลีกอาชีพในขณะนั้น (การแข่งขัน ไทยแลนด์เซมิโปรลีก)

ต่อมาในปี 2539 ได้มีการจัดการแข่งขัน ไทยลีก ฤดูกาล 2539/40 ขึ้น โดยเป็นหนึ่งใน 18 สโมสรแรกที่ร่วมทำการแข่งขัน และทำผลงานโดยจบอันดับที่ 11 จาก 18 สโมสร

ต่อมาในปี 2552 หลังจากที่ได้มีการปรับโครงสร้างของลีกให้เป็นมืออาชีพ สโมสร ก็ต้องทำการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลด้วย โดยได้มีการจดทะเบียนในนาม บจก.สโมสรฟุตบอลการท่าเรือไทย โดยมี พิเชษฐ์ มั่นคง เป็นประธานสโมสร และในปีนั้น สโมสรสามารถชนะเลิศการแข่งขัน ไทยแลนด์ เอฟเอคัพ ได้โดยเอาชนะจุดโทษ สโมสรบีอีซี เทโรศาสน 5-4 ซึ่งเป็นการได้ตำแหน่งชนะเลิศครั้งแรกในรอบ 16 ปี โดยความสำเร็จครั้งสุดท้ายคือ ชนะเลิศ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ควีนสคัพ เมื่อปี 2536

ต่อมาในปี 2555 ได้มีการเปลื่ยนแปลงผู้บริหาร ทำให้มีการเปลื่ยนชื่อสโมสรเป็น สโมสรฟุตบอลสิงห์ท่าเรือ พร้อมกับเปลี่ยนทีมผู้ฝึกสอนและผู้บริหารทั้งหมด และได้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เป็นประธานกิตติมศักดิ์ (ในฐานะประธานคณะกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย) และ ทรง วงศ์วานิช เป็นประธานสโมสร โดยในปีนั้น สโมสร ซึ่งทำการแข่งขัน ดิวิชั่น 1 2556 ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ โดยจบด้วยตำแหน่งรองชนะเลิศ ได้สิทธิ์เลื่อนชั้นไปแข่งขันไทยลีกอีกครั้ง

ต่อมาในปี 2557 ทางคณะกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทยได้มีมติ นำสิทธิ์การบริหารคืน หลังจากที่ผู้บริหารชุดเดิม ได้คืนสิทธิ์ให้ โดยได้จัดตั้ง บจก.การท่าเรือ เอฟซี เข้ามาบริหารแทน เพื่อแข่งขันใน ไทยลีก 2558 โดยมี พล.ร.อ.อภิชาติ เพ็งศรีทอง เป็นประธานสโมสร และมี สมชาย ชวยบุญชุม เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน

ต่อมา พ.ศ. 2558 “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ได้เข้ามาซื้สนับสนุนสโมสรเป็นเวลา 5 ปี พร้อมดำรงตำแหน่งประธานสโมสร และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เมืองไทยประกันภัย เอฟซี” รวมถึงเปลี่ยนโลโก้และฉายามาเป็น “ม้าเจ้าท่า” แต่ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อกลับไปเป็น “สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี” ดังเดิม โดยมีการปลด สมชาย ชวยบุญชุม ออก และแต่งตั้ง ไพบูลย์ เลิศวิมลรัตน์ เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ อีกทั้งดึง สุรชัย จิระศิริโชติ เป็นผู้ช่วย พร้อมแต่งตั้ง ชาญวิทย์ ผลชีวิน เข้ามาเป็นรองประธานสโมสรและดูแลเรื่องเทคนิคด้วย โดย ณ ปัจจุบันพวกเขาอยู่อันดับที่ 14 เก็บได้แค่ 9 คะแนนจาก 10 นัดที่ผ่านมา

ใน ฤดูกาล 2559 ที่สโมสรลงไปทำการแข่งขันใน ดิวิชั่น 1 สโมสรก็สามารถเลื่อนชั้นสู่ ไทยลีก อีกครั้ง โดยจบด้วยอันดับที่ 3 โดยในปีนั้น มีการเปลื่ยนแปลงตราสโมสร โดยกลับมาใช้ รูปสิงห์อีกครั้ง และ รวมไปถึงการกลับมาใช้ ฉายา สิงห์เจ้าท่า อีกครั้งในปีนี้

อดีตที่ผ่านมา การท่าเรือ ถือว่าลองผิดลองถูกกับโค้ชมาแล้วหลายคน และจากผลงานปัจจุบันคงพอจะบอกได้ว่า จเด็จ เนี่ยแระคือคนที่ทำได้ดีที่สุด และในฤดูกาล 2019 นักเตะตัวหลักยังอยู่กันครบด้วยทำให้ไม่มีทีมใดกล้ามองข้ามพวกเขาแน่นอน

สถานการณ์การเสริมทัพตอนนี้ยังมีไม่มาก แต่อย่างที่บอกหลังปีใหม่จะได้เห็นแน่นอน ส่วนจะมีเซอร์ไพรส์จากตัวที่เป็นข่าวหรือไม่อันนี้ต้องติดตาม และฤดูกาล 2019 จะเป็นซีซั่นที่แฟนๆ สิงห์เจ้าท่า ได้ลุ้นสนุกแน่นอน

หลายทีมเริ่มขยับเสริมทัพกันจ้าละหวั่นเพื่อเตรียมพร้อมในการสู้ศึกฤดูกาล 2019 ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่ได้ลุ้นแชมป์ เลขตัวเดียว หรือ รอดตกชั้น

สรุปแล้ว การเดินทางของสโมสรระดับตำนานทีมนี้ แม้ว่าจะล้มลุกคลุกคลานเพียงใด ก็ยังสามารถยืนตระหง่านอยู่ในลีกสูงสุดของประเทศได้ และแม้ว่าพวกเขาจะเพิ่งเริ่มฟื้นตัวจากหลาย ๆ เหตุการณ์ที่ผ่านมา .. “สิงห์” ในคราบ “ม้า” ตัวนี้ จะออกอาละวาดในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกอีกครั้งได้หรือไม่ .. รอดูกันต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *